
- ความรู้สึกต่อซีซั่นแรกเป็นตัวกำหนดประสบการณ์กับซีซั่น 2 เกือบทั้งหมด ใครชอบเดิมยังชอบต่อ ใครไม่ชอบมาก่อนยังไม่มีอะไรมาเปลี่ยนใจ
- บทสนทนาหนาแน่นตลอดทั้งฤดูกาล แต่ทำหน้าที่ได้แค่ขับเคลื่อนเนื้อเรื่องไปอีกจุด ตัวละครจึงไร้มิติใหม่ให้ค้นพบ
- คายา สโคเดลาริโอ (Kaya Scodelario) ในบท Susie ครองทุกวินาทีบนจอด้วยลุคและท่าทางระดับพระเอกตัวจริงของซีรีส์
- ตอนรองอวสานเป็นช่วงเดียวที่ตึงเครียดได้จริง ส่วนที่เหลือเดินช้า ยืดยาว และพึ่งพาความหรูหราภายนอกเป็นหลัก
การกลับมาของ The Gentlemen ซีซั่น 2 ทิ้งคำถามเดิมไว้กับคนดูตั้งแต่วันประกาศ สองปีหลังจากซีซั่นแรก เกมอำนาจในสไตล์ของกาย ริตชี (Guy Ritchie) จะฉีกสูตรให้สนุกขึ้นหรือไม่ คำตอบที่ได้หลังดูจบออกมาตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง ถ้าเคยสนุกกับแปดตอนแรก โอกาสเพลิดเพลินกับชุดใหม่นี้สูงมาก แต่ถ้าเคยรู้สึกง่วงกับรีวิว The Gentlemen ซีซั่นแรก ซีซั่นนี้ไม่ได้แก้สิ่งที่หมางหมางใจให้ดีขึ้นเลย
ธีโอ เจมส์ (Theo James) กลับมารับบท Eddie ราชาหน้าใหม่แห่งอาณาจักรกัญชาของตระกูล Horniman ในช่วงเวลาที่มืดที่สุดของเขา ความรู้สึกผิดและบาดแผลใจหลังการสังหารนักบัญชียังตามหลอกหลอน ขณะที่โลกใต้ดินบีบให้เขาแปรสภาพเป็นกษัตริย์เต็มตัวทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านบทสนทนาเรื่องศาสนา เทพปกรณัม และภาพสัตว์ผู้ล่านานาชนิดที่โยงโลกของเหยื่อกับนักล่าเข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ
ในฐานะหนึ่งในซีรีส์ฝรั่งแนว อาชญากรรม ต้นทุนสูงของ Netflix เรื่องนี้ยังครบเครื่องเรื่องดนตรี การแต่งกาย และบรรยากาศผู้ดีอังกฤษ แต่ประสบการณ์การรับชมจริงบอกคนละเรื่อง หลายชั่วโมงถัดเข้ามากลายเป็นการฟังคนเก่ง แต่งเก่ง นั่งเจรจากันยาว ๆ จนรสชาติค่อย ๆ จางหายไปทีละนาที จนต้องตั้งคำถามว่าความสไตลิชเพียงอย่างเดียวพอแล้วจริงหรือในยุคที่คอนเทนต์แข่งกันดุเดือดขนาดนี้
แสงสว่างเดียวของฤดูกาลนี้มาจาก คายา สโคเดลาริโอ (Kaya Scodelario) ในบท Susie ที่ครอบครองทุกวินาทีบนจอด้วยลุคเมกอัป วอร์ดโรบสุดประณีต และสีหน้านิ่งกริบที่สื่อสารได้มากกว่าบทพูดยาว ๆ หลายหน้า ขณะเดียวกันความเพลิดเพลินช่วงต้นยังมาจากภาพของเหล่าสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่แต่งกายเนี้ยบ เข้าประชุม วางแผน และแทงข้างหลังกันด้วยมารยาทระดับสูง ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ซีรีส์แนวนี้มีน้อยเรื่องจะเทียบได้ ก่อนที่ลูปแบบเดิมจะกลืนทุกอย่างไว้ในความจำเจ
ปัญหาใหญ่ที่สุดอยู่ที่วิธีเล่า หมึกสีเหลืองที่ทีมงานชอบขีดเขียนทับภาพเพื่อย้ำสิ่งที่ตัวละครกำลังพูด ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาต่อรองหรือการชี้รายละเอียดเชิงรูปทรงในภาพวาด กลายเป็นเครื่องมือป้อนข้อมูลคนดูแบบจับมือเดิน ไม่ต่างจากการสอดแทรกภาพเหตุการณ์ในอดีตสั้น ๆ ทุกครั้งที่มีคนเอ่ยถึง ซึ่งจะไม่เป็นภาระเลยถ้าสิ่งที่ป้อนมีคุณค่าทางความคิด แต่บทสนทนาส่วนใหญ่ทำหน้าที่พาเนื้อเรื่องไปยังจุดถัดไปเท่านั้น ความประทับใจแรกที่มีต่อตัวละครแต่ละคนจึงกลายเป็นความประทับใจสุดท้าย สิ่งที่เหลือให้ค้นพบมีเพียงพล็อตทวิสต์ที่ออกแบบมาเนี้ยบแต่ไร้ความตึงเครียดและไร้ความอัศจรรย์ ภายใต้แบบแผนเดียวกับซีรีส์ Netflix หลายเรื่องที่ปล่อยซีซั่นใหม่ช้าจนคนดูลืมรายละเอียดของฤดูกาลก่อนไปเกลี้ยง
ชั่วโมงแรกยังเดินได้ลื่นพอให้ตามดูต่อ แต่ยิ่งฝ่าไปมากเท่าไหร่ ความอึดอัดยิ่งสะสม เพราะบทยึดติดกับบรรยากาศความเป็นมืออาชีพที่ดูดอารมณ์ขันออกจากฉากที่ตั้งใจให้ขำ เช่น การต่อรองราคาบ้านระหว่าง Eddie กับผู้ซื้อที่รู้สึกขยะแขยงตระกูลชนชั้นสูง ปมจิตใจของพระเอกยิ่งน่าผิดหวัง เมื่อความรู้สึกผิดหลังการฆ่าถูกปล่อยคลายไปเองโดยไร้ข้อสรุปชัดเจน ส่วนฉากแก้บาปในโบสถ์ที่เปิดพื้นที่ให้ศรัทธาประเพณีดวลกับปรัชญาและวิทยาศาสตร์ จบลงด้วยฝ่ายชนะที่บทตัดสินเอาไว้ล่วงหน้าก่อน Eddie จะนั่งลงในห้องแก้บาปด้วยซ้ำ ทั้งที่แนวคิดโจมตีศาสนาเท็จที่บ่มเพาะแต่ความทุกข์ให้มนุษย์ ตัวร้ายหลักที่ค่อย ๆ เฉลยตัวตนผู้นำลัทธิ และสัญลักษณ์สัตว์ตั้งแต่งู เสือ นก จนถึงสุนัขจิ้งจอกที่สะท้อนกฎของเหยื่อกับผู้ล่า ล้วนมีพลังในแนวคิด แต่ต้องแลกกับการฝ่าความยืดยาวหลายชั่วโมง โดยมีเพียงตอนรองอวสานเท่านั้นที่กลั่นความตึงเครียดและบรรยากาศอันตรธานของทั้งฤดูกาลออกมาได้จริง
ธีโอ เจมส์ ส่งมอบความเย็นและเสน่ห์แบบผู้ดีอังกฤษได้สม่ำเสมอ แต่กรอบบทที่ไม่เปิดอะไรเพิ่มทำให้การเดินทางของ Eddie หยุดนิ่งเกินไป กลับกัน วินนี่ โจนส์ (Vinnie Jones) กับ โจเอลี ริชาร์ดสัน (Joely Richardson) ในบท Geoff กับ Sabrina สร้างความสัมพันธ์ที่มีหัวใจและเสน่ห์เต็มเปี่ยมจากสีหน้าและท่าทางเพียงเล็กน้อย จนมีน้ำหนักเหนือกว่าเส้นเรื่องรักของ Eddie กับ Isabella ของ เบเนเดตตา ปอร์คาโรลี (Benedetta Porcaroli) ที่ได้เวลาร่วมกันน้อยเกินจะสร้างความผูกพันให้ทัน ผลที่ตามมาทำให้เหตุการณ์โศกนาฏกรรมช่วงท้ายสั่นใจน้อยกว่าที่ควร เพราะความหวานถูกกองทับไว้ล่วงหน้าหนาแน่นจนคนดูมองเห็นความพินาศล่วงหน้าแต่ไกล
The Gentlemen ซีซั่น 2 ยังคงความเป๊ะปังของเหล่าสุภาพบุรุษไว้ครบทุกเฟรม หายไปเพียงเหตุผลที่ทำให้อยากกดดูตอนต่อไปทันที
ภาพของซีรีส์ถูกถ่ายทอดอย่างเรียบง่ายจนแทบไร้เอกลักษณ์เชิงภาพ งบถูกใช้กับการจัดแสงและล็อเคชันระดับสูงแน่นอน แต่กล้องไม่เคยตั้งใจสำรวจความงามของสถาปัตยกรรมหรือมุมมองใหม่ ๆ ให้สถานที่เหล่านั้น ผลลัพธ์ออกมาเป็นเพียงเงามันวาวผิวนอกที่เคลือบความจืดไว้ด้านใน คฤหาสน์และสถานที่หรูหราจึงปฏิบัติหน้าที่เหมือนฉากหลังสำเร็จรูป แม้เปลี่ยนเป็นกรีนสกรีนทับลงไป ความรู้สึกของเรื่องยังแทบไม่ต่าง ความหรูหราที่ปรากฏจึงเป็นการอวดงบมากกว่าการรับใช้การเล่าเรื่อง
ตัวชี้ขาดว่าควรดูหรือไม่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกต่อซีซั่นแรกเป็นสำคัญ หากเคยสนุกกับแปดตอนแรก ชุดใหม่ให้ประสบการณ์แบบเดิมแทบทุกจุดและมี Susie เป็นเหตุผลให้ต่อคิว แต่ถ้ามองหาความตึงเครียด ความฮา หรือตัวละครที่เติบโต ลิสต์100 ซีรีส์ฝรั่งที่ต้องดูให้ได้ก่อนตาย เสนอทางเลือกที่คุ้มเวลากว่านี้อีกมาก ส่วนใครที่ติดตามข่าวซีรีส์ เป็นประจำย่อมรู้ดีว่าคอนเทนต์แนวนี้แข่งขันกันดุเดือด และการยืนนิ่งอยู่กับที่แบบ The Gentlemen มีค่าเท่ากับถอยหลังโดยไม่จำเป็น
The Gentlemen ซีซั่น 2 เหมาะกับผู้ชมที่รักสไตล์ผู้ดีอาชญา ชื่นชอบการครองจอของคายา สโคเดลาริโอ และพร้อมดูต่อจากความผูกพันกับตัวละครในซีซั่นแรก ส่วนคนที่คาดหวังคอมเมดี้อาชญากรรมที่ฮาจริง ดราม่าที่ปวดจริง หรือเรื่องเล่าที่กล้าเสี่ยงนอกกรอบ ควรเลือกเรื่องอื่นก่อน เพราะความหรูหราและความเนี้ยบเพียงอย่างเดียวแลกเวลาหลายชั่วโมงของการรอความเฉียบที่ไม่มาถึงไม่คุ้มเท่าที่ควร ถ้ามีประสบการณ์รับชมที่ต่างออกไป ไปแลกเปลี่ยนมุมมองกันในคอมเมนต์ แชร์รีวิวนี้ให้คนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ หรือเริ่มเลือกเรื่องถัดไปจากแนะนำหนังและซีรีส์ Netflix ที่รวบรวมทางเลือกน่าติดตามไว้พร้อมแล้ว
- ชื่อเรื่อง: The Gentlemen ซีซั่น 2
- ประเภท: อาชญากรรม, ตลก, ดราม่า
- ผู้สร้าง: กาย ริตชี (Guy Ritchie)
- นักแสดงนำ: ธีโอ เจมส์ (Theo James), คายา สโคเดลาริโอ (Kaya Scodelario), แดเนียล อิงส์ (Daniel Ings), โจเอลี ริชาร์ดสัน (Joely Richardson), วินนี่ โจนส์ (Vinnie Jones)
- ประเทศ: สหราชอาณาจักร
- ปีที่วางจำหน่าย: 2026
- เรตอายุ: 16+
- ช่องทางการดู: Netflix
สุภาพบุรุษหรูหราที่ยังหลงทางระหว่างตลกกับดราม่า
โครงเรื่อง - 5
การแสดง - 6.5
โปรดักชัน - 6
ความบันเทิง - 4.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 4.2
5.2
The Gentlemen ซีซั่น 2 สานต่อเกมอำนาจในอาณาจักรกัญชาของตระกูล Horniman ด้วยสูตรเดิมแทบทุกประการ บทสนทนาหนาแน่นแต่ทำหน้าที่แค่ขับเคลื่อนพล็อต ภาพหรูหราแต่ไร้อุณหภูมิ จุดที่ทรงพลังที่สุดมาจาก Susie ของคายา สโคเดลาริโอ ที่ครองทุกวินาทีบนจอ ก่อนที่ตอนรองอวสานจะระเบิดความตึงเครียดได้เพียงหนึ่งเดียว ผลรวมจึงออกมากลาง ๆ ระหว่างตลกกับดราม่า โดยไม่เป็นเลิศทั้งสองด้าน








