รีวิวซีรีส์ฝรั่ง

[รีวิว-เรื่องย่อ] Monster: The Lizzie Borden Story (2026) คดีขวานที่กล้าเป็นตลกเข้าของ

  • Monster: The Lizzie Borden Story เป็นมินิซีรีส์ 8 ตอนของ Netflix ภาคล่าสุดในแฟรนไชส์ Monster ที่ เอียน เบรนแนน (Ian Brennan) สร้างเดี่ยวโดยไม่มี ไรอัน เมอร์ฟี่ ร่วมงาน
  • ซีรีส์เปิดเกมด้วยฉาก ลิซซี บอร์เดน จับขวานสังหารพ่อกับแม่เลี้ยงในจังหวะตลกเข้าของ ทำให้โทนรวมเอนไปทางฟาร์สมากกว่าดราม่าคดีสะเทือนใจแบบเคร่ง ๆ
  • การแสดงเรียบนิ่งของ เอลลา แบตตี้ (Ella Beatty) ยกบทที่ค่อนข้างบางไว้ได้มาก ขณะที่งานภาพสีจัดจ้านช่วยชดเชยความตื้นของปมสังคมที่น่าขุดให้ลึกกว่านี้
  • เหมาะกับคนที่เปิดรับ true crime แบบมีมุกมีสไตล์ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการซีรีส์คดีจริงที่เคร่งเครียดตั้งแต่ต้นจนจบ

ปมของ ลิซซี บอร์เดน (Lizzie Borden) ในบันทึกประวัติศาสตร์ยังเปิดให้ถกเถียงว่าเธอลงมือสังหารพ่อกับแม่เลี้ยงด้วยตัวเองหรือไม่ แต่ Monster: The Lizzie Borden Story ไม่ปล่อยให้ความคลุมเครือนั้นค้างนาน ฉากเปิดของตอนแรกส่งลิซซีของ เอลลา แบตตี้ (Ella Beatty) ถือขวานปลิดชีพ แอบบี้ (รีเบคกา ฮอลล์) กับ แอนดรูว์ (ชาร์ลี ฮันนัม) กลางบ้านยุควิกตอเรียนที่กดทับเธอมาตลอด ด้วยจังหวะภาพที่ขำมากกว่าสยดสยอง ก่อนแม่บ้านคนใหม่จะเข้ามาเปิดโลกใบอื่นให้เธอในภายหลัง งานใหม่ในหมวด ซีรีส์ฝรั่ง ของ Netflix เลือกเส้นทางที่หลายคนไม่คาดคิดจริง

ซีรีส์แปดตอนนี้เป็นผลงานลำดับที่สองของแฟรนไชส์ Monster ที่ เอียน เบรนแนน (Ian Brennan) สร้างเดี่ยวโดยไม่มี ไรอัน เมอร์ฟี่ (Ryan Murphy) ร่วมคุม ต่อจาก Monster: The Ed Gein Story เพราะสองภาคแรกทั้งเรื่องดาห์เมอร์และคดีพี่น้องเมเนนเดซยังเป็นงานครีเอตคู่กัน ผลลัพธ์จึงออกมาในสายเดียวกับภาคเอ็ด กีน ทั้งโทนที่แกว่งเสรีระหว่างความตลกเกินจริงกับความจริงจังเศร้าหมอง และภาพที่เลื่อนไหลไปตามอารมณ์เล่น ๆ ของมันเอง คนที่ดูภาคก่อนมาจะจับทางได้ไว ส่วนมือใหม่ในจักรวาลนี้อาจต้องปรับสายตาสักระยะกับความบ้าบิ่นที่ไม่ลดระดับลงเลย

รีวิวนี้เรียบเรียงจากการดูครบทั้งแปดตอนของ ซีรีส์ Netflix เรื่องนี้ เพื่อชี้ว่าความอิสระแบบไม่แคร์สายตาใครของเบรนแนนพางานไปได้ไกลแค่ไหน การแสดงช่วยยกบทที่ค่อนข้างบางไว้ได้เท่าไร งานสร้างหรูหราแค่ไหน และปิดท้ายด้วยคำตัดสินแบบตรงไปตรงมาว่าใครควรกดดูและใครควรเลี่ยง พร้อมคะแนนรีวิวครบทุกหมวดท้ายบทความ

เสน่ห์ที่ใหญ่ที่สุดของซีรีส์มาจากความรู้สึกว่าผู้สร้างได้เล่นของเล่นทั้งกล่องอย่างอิสระ ฉากถูกจัดวางแบบเด็กเล่นของเล่นแล้วหัวเราะลั่นห้องไปกับมัน ทั้งเรื่องจึงเหมือนการพูดคนเดียวของเบรนแนนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบไม่สนว่าใครจะตามทันหรือไม่ แนวทางนี้ทำให้งานมีเอกลักษณ์เหนือ true crime ทั่วไปที่มักเดินตามสูตรสอบสวนซ้ำ ๆ จนไม่เหลืออะไรให้จำ แม้ความเหลิงจะแรงจนบางช่วงคล้ายการทดลองไร้คนคุม แต่ความกล้าหาญหน้าด้านนั้นกลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้อยากตามดูจนจบ และยิ่งดูยิ่งชัดว่าซีรีส์เรื่องนี้แทบเป็นเรื่องของเบรนแนนเองมากกว่าของลิซซีเสียอีก

แอบบี้กับแอนดรูว์ถูกวาดออกมาแบบการ์ตูนตั้งแต่เริ่มเรื่อง แอบบี้หลงใหลโซฟาตัวโปรดจนน่าขำ และขว้างคำด่าทอใส่ลิซซีด้วยท่าทางเว่อร์จนเสียงหัวเราะลอดออกมาเอง ฝั่งแอนดรูว์เกลียดการถูกกักกันอยู่กับผู้หญิงที่ไม่แบ่งปันความชอบเรื่องใบมีดกับโลงศพ จนพูดประโยคตรง ๆ จัดจ้านอย่างบ่นว่ากลิ่นเอสโตรเจนของผู้หญิงทำให้อากาศบ้านอึดอัด บทสนทนาแบบนี้ทำให้ทั้งคู่ตลกมากกว่าน่ากลัว ความกดดันที่ลิซซีได้รับจึงถูกลดน้ำหนักลงจนความโหดร้ายในบ้านหลังนั้นสัมผัสได้ยาก ทั้งที่ถ้าซีรีส์ขุดความไม่พอใจของตัวร้ายให้ลึกกว่านี้ ความนองเลือดอาจให้อารมณ์ซับซ้อนที่จัดเต็มกว่าที่ได้ สุดท้ายงานเลือกให้ตัวละครผายลมกับอาเจียนแบบขำ ๆ กลางเรื่อง แล้วค่อยหักเลี้ยวบอกว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ที่น่าสงสารโดยมีเพียงแวบตีความเบา ๆ มารองรับ

ท่ามกลางความเว่อร์รอบข้าง การแสดงของ เอลลา แบตตี้ ออกมาเรียบนิ่งอย่างมีน้ำหนัก ใบหน้าที่หยุดชะงักสื่อว่าปีแห่งความทำร้ายและการทอดทิ้งทำให้ลิซซีประมวลสิ่งที่ได้ยินช้ากว่าคนปกติ ฉากที่แอบบี้ประกาศว่าจะย้ายออกจากบ้านถาวรแสดงจุดแข็งนี้ชัดที่สุด เธอใช้เวลากว่าจะย่อยความหมาย แล้วจึงสวนกลับด้วยคำพูดก่อนตบท้ายด้วยแรง รีเบคกา ฮอลล์ ยังได้ช่วงเผยว่าแอบบี้เคยเป็นแม่บ้านที่เบื่อหน่ายการแต่งงานไร้ความรัก อยากมีชีวิตอิสระแต่ถูกกักไว้กับการเล่นบทแม่ของลูกสาวสามี ความโกรธที่ระดานออกมาจึงเป็นผลพลอยได้จากความล้มเหลวของชีวิตตัวเอง น่าเสียดายที่บทให้มุมนี้ผ่านไปแวบเดียว ส่วน ซาราห์ พอลสัน (Sarah Paulson) แทบจำไม่ได้ในบท ไอลีน วูออร์โนส และ วิคกี้ ครีปส์ (Vicky Krieps) ยังสนุกกับบท เอลิซาเบธ บาธอรี ที่ถูกดึงเข้ามาเติมความแปลกใหม่ให้จักรวาลนี้

บาธอรีกับวูออร์โนสลงมือเพราะถูกล่วงละเมิด ส่วนลิซซีลงมือเพราะไม่เคยถูกรัก ไม่เคยถูกเคารพ และถูกทำให้เล็กลงเสมอมา ความรุนแรงในซีรีส์เรื่องนี้จึงเป็นทั้งการแก้แค้นและการเอาความยุติธรรมคืนมาพร้อมกัน

ครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมดเล่นกับภาพล่วงหน้าแบบขี้เล่น เปิดเรื่องด้วยเลือดสาด รับช่วงต่อด้วยเลือดประจำเดือนที่ซึมลงบนโซฟาตัวโปรดของแอบบี้ ฉากบาธอรีแช่ตัวในเลือดของหญิงพรหมจารี แล้วตัดมาที่ลิซซีแช่ตัวในอ่างน้ำสีเชอร์รี่พร้อมบ่นว่าอยากให้เป็นเลือดจริง ไปจนถึงแอนดรูว์ที่ถูกเฆี่ยนด้วยไม้เท้าในท่วงท่าคล้ายถูกขวานฟันก่อนตายจริง อีกครึ่งลงมือกับปมล่วงละเมิดทางเพศ การเกลียดผู้หญิง ความหลากหลายทางเพศ และสิทธิของผู้หญิงอย่างจริงจังเกินกว่าที่พื้นผิวสบาย ๆ จะรับไหว ปมหนักเหล่านี้จึงถูกรับรู้ได้แต่ไม่ค่อยถูกรู้สึก ผู้ชมหลายคนอาจไม่ทันปรับอารมณ์กับความสลับหนักเบาที่ไม่เตือนล่วงหน้า แก่นของทั้งเรื่องอยู่ที่ ความโกรธของผู้หญิง ที่มองความรุนแรงของผู้หญิงทั้งสามเป็นการแก้แค้นและการเอาความยุติธรรมคืน ไม่ใช่การเที่ยวเล่น

งานออกแบบฉากใช้สีสันสดใสจนต้นไม้สีชมพูทั้งแถวกลายเป็นภาพจำของเรื่อง ของประหลาดอย่างพร็อพเครื่องกลสำหรับผู้หญิงที่ถูกซื้อมาให้ลิซซีสะดุดตาไม่แพ้กัน ความสวยเหล่านี้ประดับเฟรมได้จริง แต่มักมาพร้อมเรื่องเล่าที่ใส่ใจพื้นผิวมากกว่าสาระ ทั้งที่แนวคิดชั้นดีอยู่เต็มเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นวงจรที่ชีวิตกลายเป็นศิลปะและศิลปะกลับมาหล่อหลอมชีวิต ลิซซีค่อย ๆ ซึมไปอยู่ในวัฒนธรรมในฐานะผีร้าย นิยายที่เขียนจากชีวิตเธอขายดีเป็นเทน้ำเทท่า และไอลีนกลายเป็นแฟนตัวยงของเธอ หรือการเสียดสีระบบผู้ชายเป็นใหญ่ที่ปิดหูปิดตาจนมีช่องให้ผู้หญิงเฉียบแหลมใช้เป็นทางเอาชนะ รวม ๆ แล้วงานจึงเหมือนละครโรงเรียนที่ได้งบโปรดักชันระดับพรีเมียม สวย คม สนุกตา แต่ไม่หนักหน่วงเท่าที่มันเชื่อว่าตัวเองเป็น

คนที่คุ้นกับงานคดีจริงย้อนยุคอย่าง The Monster of Florence และอยากเห็นมุมมองตีความใหม่ที่กล้าไปกว่าการเล่าตามแฟ้มคดี จะได้ความบันเทิงคุ้มเวลาแปดตอนจากเรื่องนี้ ยิ่งถ้าเคยตามแฟรนไชส์ Monster มาก่อน การเห็นเบรนแนนปล่อยตัวเต็มสปีดยิ่งเพิ่มรสชาติให้การชม รองรับทั้งเสียงพากย์ไทยและซับไทย เปิดดูบนมือถือได้สะดวก ขณะที่คนที่มองหาดราม่าอาชญากรรมเคร่ง ๆ หรือเพิ่งเริ่มสนสาย true crime ควรฉุดคิดก่อนกด เพราะโอกาสที่โทนตลกเข้าของจะกวนอารมณ์จนหลุดจากเรื่องมีสูงพอตัว เก็บชื่อเรื่องไว้ในลิสต์ ดูอะไรดี รอวันที่อยากลองของแปลกเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

Monster: The Lizzie Borden Story เหมาะกับคนที่ชอบ true crime แบบมีมุกมีสไตล์ แฟนของเบรนแนนที่อยากเห็นความบ้าบิ่นเต็มกระบอก และผู้ชมที่ยอมรับความตลกเข้าของกลางเรื่องเลือดสาดได้ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการดราม่าคดีสะเทือนใจแบบเคร่งเครียด คนที่รู้สึกไม่สบายใจกับความรุนแรงที่ถูกถ่ายออกมาแบบขำ ๆ หรือคนที่เพิ่งเริ่มดูแฟรนไชส์ Monster และยังไม่คุ้นกับโทนของมัน ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ หมวด ซีรีส์ มีตัวเลือกอีกมากให้เลือกก่อนกลับมาที่เรื่องนี้ ใครดูแล้วอยากเถียงว่ามุกไหนฮาสุดหรือเกินไป ฝากคอมเมนต์ไว้เป็นแนวทางให้คนที่ยังลังเล และอย่าลืมแชร์บทความให้เพื่อนที่กำลังเลือกซีรีส์ดูคืนนี้

  • ชื่อเรื่องต้นฉบับ: Monster: The Lizzie Borden Story
  • ประเภท: ดราม่า, อาชญากรรม, สยองขวัญ, ย้อนยุค
  • วันเริ่มฉาย: 17 กันยายน 2569
  • จำนวนตอน: 8 ตอน
  • ผู้สร้าง: เอียน เบรนแนน (Ian Brennan)
  • นักแสดงนำ: เอลลา แบตตี้ (Ella Beatty), วิคกี้ ครีปส์ (Vicky Krieps), ชาร์ลี ฮันนัม (Charlie Hunnam), รีเบคกา ฮอลล์ (Rebecca Hall), เจสสิกา บาร์เดน (Jessica Barden), โจอี้ พอลลารี (Joey Pollari), บิลลี่ ลอร์ด (Billie Lourd), ซาราห์ พอลสัน (Sarah Paulson)
  • ระดับการรับชม: 18+
  • ช่องทางการดูในประเทศไทย: Netflix

ซีรีส์คดีจริงที่กล้าเล่นตลกเข้าของจนกลายเป็นเอกลักษณ์

โครงเรื่อง - 6.5
การแสดง - 7.8
โปรดักชัน - 7.6
ความบันเทิง - 7.2
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7

7.2

Monster: The Lizzie Borden Story เล่าคดีขวานสองศพในบ้านยุควิกตอเรียนผ่านสายตาของ เอียน เบรนแนน ที่ปล่อยใจเล่นกับทุกฉากแบบไม่แคร์กติกาใด ๆ จนออกมาเป็นมินิซีรีส์แปดตอนที่สลับระหว่างความตลกเว่อร์กับดราม่าเรื่องความโกรธของผู้หญิง การแสดงเรียบนิ่งของ เอลลา แบตตี้ และงานภาพสีจัดจ้านช่วยดึงงานไว้ได้มาก ขณะที่บทตัวร้ายแบบการ์ตูนและความตื้นของปมสังคมทำให้มันไม่กินใจเท่าที่ตั้งใจ ภาพรวมเป็นงานที่ดูเพลินได้ถ้าเปิดใจรับความแปลกของแนวทาง

User Rating: Be the first one !
ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น
First air
2026-09-17
Seasons
1
Episodes
8
Status
Ended
TV Series หนังชีวิต อาชญากรรม จบแล้ว
2026 1 ซีซัน 8 ตอน
TMDB 7 /10

ลิซซี่ บอร์เดนติดอยู่ในครอบครัวแสนโหดร้ายในยุควิกตอเรีย ก่อนจะลงมือฆ่าพ่อแม่ของเธอด้วยขวานอย่างโหดเหี้ยม จนทำให้คนทั้งประเทศต้องตกตะลึง

Stream on


นักแสดงนำ

Ella Beatty Ella Beatty Lizzie Borden
Vicky Krieps Vicky Krieps Bridget Sullivan
Sarah Paulson Sarah Paulson Aileen Wuornos
ชาร์ลี ฮันแนม ชาร์ลี ฮันแนม Andrew Borden
Rebecca Hall Rebecca Hall Abby Borden
Billie Lourd Billie Lourd Emma Borden
Jessica Barden Jessica Barden Nance O'Neil

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button