รีวิวซีรีส์เกาหลี

[รีวิว-เรื่องย่อ] Made in Korea ซีซั่น 2 เมื่อการลอบสังหารจุดชนวนเกมอำนาจ

  • Made in Korea Season 2 ข้ามเวลามา 9 ปีหลังซีซั่นแรก และเปิดเรื่องด้วย การลอบสังหารประธานาธิบดี ที่พลิกสมดุลอำนาจทั้งประเทศในชั่วข้ามคืน
  • เกมอำนาจ ในซีซั่นนี้เดินแบบหมากรุก ทุกตัวละครคิดล้ำหน้ากันหลายกระดาน ตั้งแต่หน่วยข่าวในประเทศจนถึงแก๊งยากูซ่าในญี่ปุ่น
  • ฮยอนบิน (Hyun Bin) ยังทำให้แบคกีแทเป็นตัวละครที่ชวนขนลุง ขณะที่ วอนจีอัน (Won Ji-an) คืออีกหนึ่งการแสดงที่ต้องจับตาในซีซั่นนี้
  • จุดอ่อนอยู่ที่กลุ่มอำนาจและชื่อตำแหน่งที่ล้นจอ ถ้าไม่ตั้งใจดูอาจหลงทางได้ตั้งแต่ตอนแรก

ประธานาธิบดีที่ครองอำนาจมากว่ายี่สิบปีถูกยิงกลางงานเลี้ยงอาหารเย็น และภายในไม่กี่ชั่วโมงทั้งประเทศกลายเป็นกระดานหมากรุกที่ไม่มีใครอยากเป็นบ้องตีน นี่คือระเบิดที่ Made in Korea Season 2 ทิ้งไว้ปลายตอนที่ 1 ก่อนส่งต่อให้ตอนที่ 2 วิ่งเก็บผลของเสียงปืนนั้นแบบไม่เหลือให้ใครหายใจ คำถามที่สองตอนแรกทิ้งไว้ไม่ใช่ว่าใครยิงประธานาธิบดี แต่กลับเป็นว่าใครจะได้เก้าอี้ต่อจากศพ

ซีรีส์เกาหลีที่กำกับโดย อู มิน โฮ (Woo Min-ho) เรื่องนี้ออกอากาศทาง Disney+ และ Hulu พากลับไปยุค 1970s ในเกาหลีใต้ที่ขบวนการต่อต้านเผด็จการยูชินลุกลามถึงบูซานและมาซาน ฮยอนบิน (Hyun Bin) กลับมาเป็นแบคกีแท เจ้าพ่อธุรกิจผิดกฎหมายที่ยังเชื่อว่าตัวเองเป็นผู้รักชาติ ขณะที่อีกฟากของสมรภูมิมีพลตรีฮวางแดชิกที่ปั้นเครือข่ายของตัวเอง และชอนซอกจองที่เริ่มขยับเป้าหมายไปไกลกว่าเดิม สำหรับสาย ซีรีส์เกาหลี ที่โปรดปรานเรื่องแย่งอำนาจ สองตอนแรกวางหมากให้ครบตั้งแต่ประโยคแรก

บทความนี้เขียนจากประสบการณ์ดูตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 2 โดยเน้นวิเคราะห์ว่างานนี้เด่นและด้อยตรงไหน ทั้งโครงเรื่อง การแสดง จังหวะการเล่า และความคุ้มค่าก่อนกดติดตามต่อ ไม่มีการเล่าเหตุการณ์ทุกฉากซ้ำ แต่มีสปอยล์ระดับโครงเรื่องใหญ่ของสองตอนแรก รวมถึงเหตุการณ์ปลายตอนที่ 1 ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ความเด่นที่สุดของซีซั่นใหม่คือการไม่เสียเวลาสรุปย้อนหลังยาว ๆ แม้เรื่องจะข้ามมา 9 ปี ผู้กำกับปล่อยให้ความขัดแย้งวิ่งทันที ตั้งแต่ผอ.โจแห่ง KCIA ที่ต้องการจัดการผู้ชุมนุมแบบไม่ใช้ความรุนแรง ไปจนถึงความเดือดกับหัวหน้าหน่วย PSS อย่างกวักที่เป็นประเด็นชนกันตั้งแต่ฉากแรก ๆ ทุกฝ่ายในเรื่องคิดหลายช่วงตัวกว่าคนดู และการลอบสังหารในตอนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นจุดพลิกที่เปลี่ยนเป้าหมายของทุกตัวละครในชั่วข้ามคืน ตอนที่ 2 จึงได้อารมณ์ของเกมที่ใครต่อใครต่างยื่นข้อเสนอกันและกัน รอให้ใครสักคนพลาดก่อน

เส้นเรื่องอิเคดะ ยูจิทางฝั่งญี่ปุ่นเป็นอีกชิ้นที่จัดวางเฉียบ วอนจีอัน (Won Ji-an) เล่นลูกสาวบุญธรรมของหัวหน้าแก๊งยากูซ่าที่รู้ดีว่าการรอความเมตตาไม่พอสำหรับการเป็นผู้นำ การไล่ล่าตำแหน่งกุมิโชของเธอจึงไม่ใช่แค่เรื่องเบื้องหลัง แต่ถูกผูกกับแบคกีแทผ่านข้อแลกเปลี่ยนที่เจ็บตัวทั้งสองฝ่าย ความมันส์แบบนี้เคยได้เห็นดีใน ซีรีส์ฝรั่ง แนวแย่งอำนาจ แต่การผูกมันเข้ากับยากูซ่าและการเมืองเกาหลีทำให้ได้รสชาติที่ต่างออกไป

ข้อเสียหลักของสองตอนแรกคือความหนาแน่นที่ไม่ลดหย่อนให้ใคร KCIA PSS กองบัญชาการความมั่นคง สำนักงานสอบสวนร่วม แก๊งยากูซ่า แล้วยังมีผู้มีอิทธิพลนิรนามที่ทิ้งข่าวให้พลตรีฮวางใช้ประโยชน์ เมื่อแต่ละฝ่ายมีชื่อ ตำแหน่ง และวาระของตัวเองครบชุด คนที่เพิ่งเริ่มดูซีซั่นนี้โดยไม่ได้ดูซีซั่นแรกมีสิทธิ์หลงทางตั้งแต่ยี่สิบนาทีแรก จังหวะนี้ชวนนึกถึง หนังฝรั่ง แนวอาชญากรรมที่ตั้งใจปล่อยให้ผู้ชมตามแทบไม่ทัน ก่อนเก็บทุกเส้นด้ายกลับมาช่วงท้าย และต้องลุ้นกันต่อว่าซีซั่นนี้จะเก็บได้ครบแค่ไหน

ฮยอนบิน (Hyun Bin) ยังเก็บแบคกีแทไว้ได้ในโทนที่ชวนขนลุง เพราะทุกฉากของเขาคือการคำนวณว่าตัวเองจะได้อะไรจากสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทรยศผอ.โจหลังเสียงปืนดัง หรือการดันชอนซอกจองขึ้นสู่เก้าอี้ประธานาธิบดีเพื่อแลกกับอำนาจใหม่ ฝั่งตรงข้ามคืออูโดฮวัน (Woo Do-hwan) ในบทแบคกีฮยอน นายทหารหนุ่มที่ถูกส่งมาสอบสวนพี่ชายตัวเองด้วยมือของตัวเอง ทุกบทสนทนาของสองพี่น้องจึงตึงทั้งฉาก แม้จะพูดกันแค่ไม่กี่ประโยค

รอบข้างสมบูรณ์เกินหน้าที่ ซออึนซู (Seo Eun-soo) เล่นโอเยจิน อัยการที่พร้อมปลอมตัวจับหมอยาเพื่อไล่ปมเมธของแบคกีแทมากขึ้นทุกตอน จองซองอิล (Jung Sung-il) ทำชอนซอกจองเป็นคนพูดถึงเสถียรภาพแต่ใจจริงคำนวณตำแหน่งสูงสุดอยู่ลึก ๆ และการเดินเข้ามาของจองอูซอง (Jung Woo-sung) ในบทจางกอนยองตอนท้ายตอนที่ 2 คือวินาทีที่บังคับให้ตั้งคำถามใหม่ว่าคน ๆ นี้ยืนอยู่ฝั่งไหน ระดับการเล่นชุดนี้ให้บรรยากาศใกล้เคียง หนังเกาหลี แนวอาชญากรรมย้อนยุคที่แม้แต่ตัวร้ายมีเหตุผลของตัวเองครบ

ตอนที่ 1 เดินเรื่องเพื่อวางกระดานก่อนปิดท้ายด้วยเสียงปืน ส่วนตอนที่ 2 เปลี่ยนลมหายใจจากความช็กไปเป็นเกมสายลม ทุกคนหาตำแหน่งยืนใหม่ ทุกคนยื่นข้อเสนอ และทุกคนรอให้ใครพลาดก่อน ความต่างของสองตอนนี้ทำงานร่วมกันได้ดี เพราะตอนที่ 2 คือคำตอบของคำถามที่ตอนที่ 1 ทิ้งไว้ ด้านงานสร้างยุค 1970s ถูกเก็บรายละเอียดจนฉากอาหารเย็นก่อนเสียงปืนดังให้ความรู้สึกใกล้เคียง สารคดี (Documentary) มากกว่าละครฟอร์มยักษ์ทั่วไป เครื่องแบบ ท่าทางของผู้มีอำนาจ และความเงียบในห้องโถง สื่อความกดดันได้โดยไม่ต้องพึ่งบทพูดมากนัก

Made in Korea Season 2 ไม่ได้เล่าว่าใครจะชนะเก้าอี้ประธานาธิบดี แต่เล่าว่าทุกคนยอมจ่ายอะไร เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นศพก่อนเกมจะจบ

สำหรับคนที่กำลังหา ซีรีส์ แนวอาชญากรรมการเมืองมาติดตามช่วงนี้ สองตอนแรกของซีซั่น 2 ให้ความหนาแน่นคุ้มเวลาที่ลงไป รายละเอียดแทบทุกฉากถูกวางไว้เพื่อใช้ต่อในอนาคต การย้อนกลับไปดูซ้ำจึงมีรสชาติขึ้น เพราะจะเห็นว่าตัวละครตกลงกันตั้งแต่บทสนทนาที่ผ่านไปแล้วเหมือนพูดเล่น ข้อแลกเปลี่ยนของเรื่องนี้คือสมาธิ เผลอเลื่อนมือถือสักฉากเดียวอาจพลาดเบี้ยหนึ่งตัวที่จะกินทั้งกระดานในภายหลัง

Made in Korea Season 2 เปิดซีซั่นด้วยกระดานที่วางเสร็จสวยงาม เกมอำนาจตึงเครียดทุกฉาก การแสดงนำและบทสมทบอยู่ในระดับที่ควรค่าแก่การติดตามรายสัปดาห์ งานแบบนี้เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องแย่งอำนาจ การเมืองย้อนยุค และตัวละครที่ไม่มีใครขาวหรือดำสนิท ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ได้ดูซีซั่นแรก เพราะเรื่องไม่รอใคร และไม่เหมาะกับคนที่มองหาความบันเทิงเบา ๆ เปิดดูตอนไหนก็ได้โดยไม่ต้องจำว่าใครเป็นใคร ถ้าพร้อมจดชื่อฝ่ายและตำแหน่งลงโน้ตสักหน้า ซีซั่นนี้พร้อมจ่ายคืนเกินราคา

  • ชื่อเรื่อง: Made in Korea ซีซั่น 2
  • ประเภท: ดราม่าการเมือง อาชญากรรม ย้อนยุค
  • ผู้กำกับ: อู มิน โฮ (Woo Min-ho)
  • นักแสดงนำ: ฮยอนบิน (Hyun Bin), จองอูซอง (Jung Woo-sung), อูโดฮวัน (Woo Do-hwan), ซออึนซู (Seo Eun-soo), วอนจีอัน (Won Ji-an), จองซองอิล (Jung Sung-il), โนแจวอน (Roh Jae-won)
  • รอบที่รีวิว: ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 2
  • ช่องทางรับชม: Disney+

เกมหมากรุกอำนาจที่แน่น แต่ต้องพร้อมจดชื่อตัวละคร

โครงเรื่อง - 8.8
การแสดง - 8.9
โปรดักชัน - 8.6
ความบันเทิง - 8.4
ความคุ้มค่าในการรับชม - 8.5

8.6

Made in Korea Season 2 เปิดซีซั่นด้วยการลอบสังหารประธานาธิบดีที่พลิกทุกสมดุลอำนาจ ก่อนส่งต่อให้ทุกฝ่ายวิ่งเก็บชิ้นส่วนผ่านสองตอนแรกที่แน่นทั้งโครงเรื่องและการแสดง ฮยอนบิน (Hyun Bin) ยังโหดเย็นชวนขนลุงในบทแบคกีแท ขณะที่วอนจีอัน (Won Ji-an) และอูโดฮวัน (Woo Do-hwan) ต่างมีฉากเด่นของตัวเอง จุดที่ต้องแลกคือความหนาแน่นของฝ่ายและตำแหน่งที่อาจทำให้งงถ้าไม่ตั้งใจดู แต่ถ้าผ่านด่านนั้นได้ นี่คืองานระดับที่คุ้มค่าการติดตามรายสัปดาห์

User Rating: Be the first one !
ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น
First air
2025-12-24
Seasons
2
Episodes
12
Status
Returning Series
TV Series อาชญากรรม หนังชีวิต กำลังออกอากาศ

Made in Korea

메이드 인 코리아 — 2025

2025 2 ซีซัน 12 ตอน
MYDRAMALIST 7.4 /10
TMDB 8.2 /10

ซีรีส์เกาหลีแนวดราม่า-ระทึกขวัญและการชิงไหวชิงพริบ ย้อนกลับไปในยุค 1970 เล่าเรื่องราวการปะทะกันระหว่าง "แบคกีแท" ชายผู้ทะเยอทะยานที่กระหายอำนาจและเงินทอง กับ "จางกอนยอง" อัยการผู้กัดไม่ปล่อยที่มีสัญชาตญาณสัตว์ป่า ทั้งคู่ต้องฟาดฟันกันในคดีใหญ่ท่ามกลางเกมการเมืองและเล่ห์เหลี่ยมของเหล่านักล็อบบี้และเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้ามาพัวพันในสมรภูมิแห่งความโลภนี้


นักแสดงนำ

ฮยอนบิน ฮยอนบิน Baek Kitae
정우성 정우성 Jang Geonyoung

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button