
- VERTEX FORCE เปิดตัวในฤดูกาล Fall 2026 เป็นอนิเมะออริจินัลแนวแอ็กชันไซไฟที่ยกโอกินาว่ามาเป็นสมรภูมิ พร้อมปมสองพี่น้องลูกครึ่งเอเลี่ยนที่วางรากไว้ชวนติดตาม
- ตอนแรกเสียจังหวะเองจากกองข้อมูลก้อนโตกลางเรื่อง และการเร่งปมจนฮารุกะถูกใช้เป็นบันไดให้อากิระ
- จุดฉุดที่ชัดที่สุดอยู่ที่การวางกล้องที่มุ่งขายเรือนร่าง และสัญญาณจากผลงานเก่าของทีมงานบอกว่ารสนิยมนี้มีแนวโน้มอยู่ต่อทั้งซีรีส์
- แฟนไซไฟทหารรับได้ให้รอลุ้นต่อสักสามถึงสี่ตอน ส่วนคนที่อ่อนไหวกับภาพเชิงเพศควรชะลอไว้ก่อน
ฤดูกาล Fall 2026 ของ อนิเมะ ส่งของใหม่ให้เลือกกันแบบไม่ทันพัก หนึ่งในนั้นมี VERTEX FORCE อนิเมะออริจินัลแนวแอ็กชันไซไฟที่เปิดตอนแรกไปเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2026 ทีมงานมีคาซึฮิโร ทาคามุระ (Kazuhiro Takamura) ผู้อยู่เบื้องหลัง สไตรค์วิทเชส (Strike Witches) นั่งแท่นกำกับ และฉากหลังบนเกาะโอกินาว่าถูกหยิบมาใช้แบบไม่ใช่แค่เปลี่ยนบรรยากาศ ทั้งสองอย่างทำให้ความคาดหวังก่อนกดดูสูงพอตัว ที่เหลือจึงอยู่ที่ตอนเปิดเรื่องจะส่งของถึงคนดูได้ครบหรือเปล่า
VERTEX FORCE พาไปพบโลกหลังเหตุการณ์ Power Down ที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกตัดขาดกันไปหมด สองพี่น้องตระกูลโทโดะอย่างอากิระ โทโดะ (Akira Toudou) และฮารุกะ โทโดะ (Haruka Toudou) กลายเป็นคนที่พอรู้ความจริง เพราะพ่อของทั้งคู่เป็นเอเลี่ยนที่ตายขณะสู้กับภัยคุกคามแบบเดียวกัน ฮารุกะสืบทอดพลังลึกลับที่ชื่อ Engine มาเต็มตัว ส่วนอากิระไม่ได้รับอะไรนอกจากปมความรู้สึกเป็นรองที่ต้องแบกไว้คนเดียว เมื่อศัตรูปริศนาขยับเข้ามาใกล้ ความจริงที่ทั้งคู่ยังไม่รู้จึงกลายเป็นชนวนของศึกที่ใหญ่เกินคาด
รีวิวนี้ไล่ดูว่าตอนแรกทำอะไรได้ดีจนอยากเชียร์ต่อ จุดไหนที่ทีมงานทำการบ้านมาดี และอะไรที่ฉุดความน่าเชียร์ลงแบบจัง ๆ โดยไม่ย้อนเล่าเนื้อเรื่องทั้งหมดให้เสียเวลา อ่านจบแล้วควรตอบได้ทันทีว่าเรื่องนี้สมควรอยู่ในลิสต์รอดูหรือปล่อยผ่าน
งานแนวต่างดาวรุกรานมีให้ดูบ่อยจนแทบจำเจ แต่ VERTEX FORCE เลือกวางสมรภูมิไว้ที่โอกินาว่า พื้นที่ซึ่งมีทั้งประวัติศาสตร์ฐานทัพสหรัฐและร่องรอยการถูกกลืนทางวัฒนธรรมให้ขุดคุยต่อได้ในเชิงการเมือง ตัวเอกทั้งสองเป็นลูกครึ่งเอเลี่ยนที่เปิดช่องเล่าเรื่องอัตลักษณ์แบบแฟนตาซี ฉากแรกของอากิระกับคู่มือคาราเต้ริวกิว และฉากที่ฮารุกะใช้พลังช่วยเครื่องบินกองทัพสหรัฐลงจอด ล้วนวางเมล็ดพันธุ์ของพล็อตทหารที่ซับซ้อนไว้เรียบร้อย ความพังทลายของระบบในเรื่องยังให้กลิ่นอายคล้ายโลกหลังหายนะแบบ #I’m Looking for Zombie ต่างกันที่ VERTEX FORCE โยกไปทางสงครามไซไฟมากกว่า ด้านงานออกแบบ มอนสเตอร์ของเรื่องเลือกความประหลาดมากกว่าความดุร้ายจนได้บรรยากาศชวนขนลุก และเครดิตท้ายตอนที่ตัวละครใส่ชุดสายลับไปกินไอศกรีมในรถสีชมพูที่เหมือนมีชีวิตเผยความขี้เล่นของทีมงานออกมาแบบไม่ปิดซ่อน
สิ่งที่กระทบประสบการณ์ดูมากที่สุดของตอนแรกอยู่ที่วิธีจัดกล้อง ฉากไฮคิกของฮารุกะถูกถ่ายด้วยมุมต่ำระดับสะโพก สมาธิของผู้ชมจึงถูกดึงไปที่เรือนร่างแทนท่วงท่าต่อสู้ และเมื่อเธอถูกศัตรูอัดจนทรุด กล้องเลือกจังหวะที่มองลอดเข้าไปในเสื้อของเธอราวกับต้องย้ำความบอบบางด้วยภาพแบบนั้น เมื่อเทียบกับผลงานเก่าของคาซึฮิโร ทาคามุระ (Kazuhiro Takamura) อย่าง สไตรค์วิทเชส (Strike Witches) ที่ถูกจดจำในแง่ล้อเลียนเรื่องเครื่องแบบที่แทบไม่มีกางเกง สัญญาณจาก EP1 จึงบอกได้ว่ารสนิยมนี้มีแนวโน้มอยู่ต่อทั้งซีรีส์ ไม่ใช่แค่การกวาดสายตาช่วงเปิดตัว ข้อกังวลนี้ตรงกับบทวิจารณ์ตอนแรกจาก Anime Feminist ที่ชี้แนวเดียวกัน ด้านการเขียนตัวละครยังมีอีกจุดที่ชวนขมวดคิ้ว ฮารุกะถูกปูว่ากล้าและมั่นใจ ก่อนถูกกดให้พ่ายเพื่อเปิดทางให้พลังของอากิระตื่น ทั้งที่คำสั่งเสียของพ่อฝากให้อากิระเป็นแสงสว่างแห่ง Krypton Theia ส่วนฮารุกะได้หน้าที่เพียงคอยปกป้องน้องชาย ลำดับแบบนี้ทำให้ตัวละครหญิงดูมีไว้ปูทางมากกว่าเดินเรื่องเอง คำเตือนสำหรับคนที่อ่อนไหว ตอนแรกมีภาพเชิงเพศและความรุนแรงแบบแฟนตาซีอยู่หลายจุด
กลางตอนมีการเทข้อมูลก้อนใหญ่อธิบายสงครามครั้งก่อนระหว่างชาว Theia กับ EDVA ภาพวาดในสมุดที่ใช้ประกอบช่วยให้ฉากดูไม่แห้งแล้งจนเกินไป แต่ตำแหน่งกลางเรื่องทำให้โมเมนตัมที่ครึ่งแรกสร้างไว้สะดุดลง ถัดจากนั้นเรื่องยังเลือกใช้ความพ่ายแพ้ของฮารุกะเป็นตัววัดสเกลภัยคุกคามก่อนจะรีบยกพลังใหม่ให้อากิระเกือบจะทันที ลำดับนี้ได้ผลด้านความกดดันแต่แลกด้วยความลื่นของอารมณ์คนดู โทนของตอนยังแกว่ง เมื่อเนื้อเรื่องหลักเดินไปทางจริงจังแต่เครดิตท้ายกลับปล่อยความขี้เล่นเต็มที่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนยิ้มถ้าทั้งตอนทำได้กลมกว่าเดิม ที่ต้องลุ้นต่อจากนี้ บทยังไม่พิสูจน์ว่าจะขุดประเด็นโอกินาว่าและอัตลักษณ์ออกมาใช้จริง หรือปล่อยให้เป็นแค่ฉากหลังสวย ๆ
วัตถุดิบของ VERTEX FORCE ไม่ได้ขาดมือ ทั้งปมครอบครัว เกาะโอกินาว่า และมอนสเตอร์ที่ออกแบบได้ดี แต่ตราบใดที่กล้องยังเลือกมองเรือนร่างก่อนมองเรื่องเล่า ความไว้ใจจากคนดูยังก่อตัวไม่เต็มใบ
อากิระใน EP1 ยังเป็นตัวเอกที่ความจืดบดบังความน่าเอาใจช่วย เขาถูกวางเป็นเด็กหนุ่มไร้พลังที่ต้องอยู่ใต้เงาพี่สาว ซึ่งเป็นสูตรที่ทำให้คนดูเอาใจช่วยได้ง่าย แต่บทพูดกับปฏิกิริยาของเขายังทิ้งอะไรไว้แค่ความกังวล ขณะที่ฮารุกะมีสีสันชัดกว่าและน่าเสียดายที่ถูกใช้เป็นบันไดมากกว่าได้เดินเรื่องเอง ตัวละครสมทบอย่าง EDVA และทีมรอบตัวพอมีท่าทีชวนดูต่อ ฝั่งงานภาพ ดีไซน์มอนสเตอร์เป็นจุดที่ทีมงานปล่อยของได้เต็มที่ ส่วนทีมพากย์มีชื่อคุ้นหูอย่างนานะ มิซึกิ (Nana Mizuki), อามิ โคชิมิซุ (Ami Koshimizu) และริเอะ ทาคาฮาชิ (Rie Takahashi) ช่วยประคองฉากดราม่าไว้ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ยังอยากติดตามต่อ
ถ้าชอบแนวทหารไซไฟและรับจังหวะปูข้อมูลได้ VERTEX FORCE ยังมีเชือกให้เกาะพอสมควร ทั้งปมเอเลี่ยนที่ผูกกับครอบครัวและฉากแอ็กชันที่ทีมงานกล้าปล่อยความดุ แต่ถ้าอ่อนไหวกับฉากขายเรือนร่างหรือคาดหวังความคมตั้งแต่อีพีแรก การรอให้ออกสักสามถึงสี่ตอนแล้วค่อยกลับมาวัดใจน่าจะคุ้มกว่า สำหรับคนที่อยากหาตัวเลือกแทนระหว่างรอ อนิเมะเลือดสาดที่ดูง่ายกว่าอย่าง Tank Chair หรืออนิเมะสงครามที่ไว้ใจผู้ชมเต็มที่อย่าง Mobile Suit Gundam Hathaway: The Sorcery of Nymph Circe ช่วยถมลิสต์ได้ทั้งคู่ ใครถนัดฟังเสียงไทยมีลิสต์ อนิเมะพากย์ไทย จาก Muse และ Ani-One ให้เลือกตามสะดวก
VERTEX FORCE เป็นอนิเมะที่ถือของดีครบมือ ทั้งฉากหลังโอกินาว่า ปมครอบครัวลูกครึ่งเอเลี่ยน และมอนสเตอร์ที่ออกแบบได้น่าจดจำ แต่ของเหล่านั้นถูกกลบด้วยปัญหาเฉพาะทางของทีมงาน ทั้งการจัดกล้องที่จงใจขายเรือนร่าง การใช้ฮารุกะเป็นบันไดให้อากิระ และกองข้อมูลกลางเรื่องที่ฉุดจังหวะลง เรื่องนี้เหมาะกับแฟนไซไฟทหารที่อดทนรอพัฒนาการได้ และคนที่อยากตามผลงานของทีมงานผู้สร้าง สไตรค์วิทเชส แบบรู้เท่าทัน แต่ไม่เหมาะกับคนที่หัวเสียกับมุมกล้องแบบนี้หรือต้องการความคมตั้งแต่อีพีแรก ถ้าอยากสำรวจตัวเลือกอื่นในลิสต์ก่อนตัดสินใจ ลองแวะหมวด ดูอะไรดี ของเว็บเราได้ แล้วกลับมาเล่ากันในคอมเมนต์ว่าเชียร์เรื่องนี้ต่อหรือขอพักไว้ก่อน และอย่าลืมแชร์รีวิวนี้ให้เพื่อนที่กำลังมองหาอนิเมะใหม่ในฤดูกาลนี้ด้วย
- ชื่อเรื่อง: VERTEX FORCE (バーテックスフォース)
- ประเภท: อนิเมะทีวีแนวแอ็กชันและไซไฟ สร้างบทขึ้นใหม่ทั้งหมด (Original) ความยาวราว 23 นาทีต่อตอน เรต PG-13
- กำหนดฉาย: เริ่ม 3 ตุลาคม 2026 ในฤดูกาล Fall 2026 ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 23:30 น. ตามเวลาญี่ปุ่น
- สตูดิโอ: Shogakukan Music & Digital Entertainment ดูแลโปรดักชันร่วมกับทีมโปรดิวเซอร์อย่าง Aniplex
- ผู้กำกับและผู้ดูแลบท: คาซึฮิโร ทาคามุระ (Kazuhiro Takamura) ผู้อยู่เบื้องหลัง สไตรค์วิทเชส (Strike Witches) รับหน้าที่กำกับ ดูแลบท และออกแบบตัวละคร
- นักพากย์หลัก: มาโคโตะ โคอิจิ (Makoto Koichi) พากย์อากิระ โทโดะ, คาเอเดะ ฮอนโด (Kaede Hondo) พากย์ฮารุกะ โทโดะ, นานะ มิซึกิ (Nana Mizuki) พากย์ EDVA และอามิ โคชิมิซุ (Ami Koshimizu) พากย์เอลีนอร์ นอร์ธบรุก (Eleanor Northbrook)
- เพลงประกอบ: เพลงเปิด Synchro Blue ขับร้องโดย ClariS และเพลงปิด Emerald ขับร้องโดย Hashimero
อนิเมะไซไฟที่มีของดี แต่แฟนเซอร์วิสและกองข้อมูลฉุดไว้
โครงเรื่อง - 5.8
การแสดง - 6.2
โปรดักชัน - 6.8
ความบันเทิง - 5.6
ความคุ้มค่าในการรับชม - 5.2
5.9
VERTEX FORCE ปูโลกหลังเหตุการณ์ Power Down ผ่านสองพี่น้องโทโดะบนเกาะโอกินาว่าได้ชวนติดตาม ทั้งปมเอเลี่ยนที่พ่อทิ้งไว้ พลัง Engine ของฮารุกะ และปมเป็นรองของอากิระ ฝั่งงานสร้างมีมอนสเตอร์ที่ออกแบบได้น่าจดจำกับเครดิตท้ายที่ขี้เล่นน่ามอง แต่การวางกล้องที่มุ่งขายเรือนร่าง การใช้ฮารุกะเป็นบันไดปูทาง และกองข้อมูลกลางเรื่อง ทำให้ตอนแรกยังไม่ใช่การเปิดตัวที่กล้ามั่นใจเต็มร้อย คะแนนรวมอยู่ระดับกลาง เหมาะกับการรอติดตามต่อมากกว่าดูแล้วจบเลย









