รีวิวหนังญี่ปุ่น

[รีวิว-เรื่องย่อ] Little Forest (2014-2015) หนังญี่ปุ่นที่ใช้แค่อาหารกับฤดูกาลเล่าเรื่องชีวิต

  • Little Forest ฉบับญี่ปุ่นคือหนัง 2 ภาคที่ร้อยเรียงชีวิต 4 ฤดูกาลผ่านการทำอาหารและการใช้ชีวิตในชนบท โดยแทบไม่มีเส้นเรื่องหลักหรือปมขัดแย้งให้ติดตาม
  • จุดแข็งที่โดดเด่นที่สุดคือภาพอันงดงามของธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล โทนสีที่ถูกควบคุมอย่างพิถีพิถัน และจังหวะเนิบช้าที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ซึมซับบรรยากาศชนบทญี่ปุ่นอย่างเต็มที่
  • จุดอ่อนคือพัฒนาการตัวละครที่น้อยมากและความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ไม่ถูกขุดลึก เมื่อเทียบกับเวอร์ชันเกาหลีปี 2018 ที่เพิ่มมิติของมิตรภาพและปมการจากไปของแม่เข้าไปอย่างมีนัยสำคัญ
  • หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่รักการดูอาหารและหลงใหลในวิถีชีวิตเรียบง่ายกลางธรรมชาติ แต่ไม่เหมาะกับผู้ชมที่คาดหวังการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิมที่มีจุดเริ่มต้น จุดพีก และบทสรุป

ความรู้สึกของการได้กลับไปใช้ชีวิตในชนบท ท่ามกลางทุ่งนา ป่าเขา และสายลมที่พัดผ่านต้นไม้ตามฤดูกาล คือภาพฝันของใครหลายคนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อันวุ่นวาย แต่ความจริงของชีวิตชนบทนั้นไม่ใช่แค่ทุ่งหญ้าเขียวขจีกับอากาศบริสุทธิ์ มันคือการทำงานหนักซ้ำไปซ้ำมา การพึ่งพาตัวเอง และการอยู่กับความเงียบเหงาเป็นเวลานาน Little Forest ฉบับญี่ปุ่นที่ออกฉายช่วงปี 2014 ถึง 2015 เลือกที่จะเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ผ่านปลายตะเกียบและไอน้ำร้อนจากหม้อข้าว มากกว่าจะผ่านบทสนทนาหรือปมขัดแย้งแบบหนังทั่วไป

Little Forest: Summer, Autumn, Winter, Spring เป็นภาพยนตร์ 2 ภาคที่รวมเรื่องราว 4 ฤดูกาลเข้าไว้ด้วยกัน เล่าผ่านชีวิตของ อิจิโกะ (Ichiko) รับบทโดย ฮาชิโมโตะ ไอ (Ai Hashimoto) เด็กสาวที่ตัดสินใจกลับมาอาศัยในหมู่บ้านโคะโมะริ (Komori) หมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทที่รายล้อมด้วยป่าเขาและทุ่งนา หลังจากชีวิตในเมืองใหญ่ไม่เป็นไปอย่างที่หวัง ตลอดทั้งเรื่อง อิจิโกะใช้ชีวิตวนเวียนอยู่กับการปลูกผัก เก็บเกี่ยววัตถุดิบตามฤดูกาล และลงมือปรุงอาหารทีละจาน แต่ละเมนูมักเชื่อมโยงกับความทรงจำหรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยส่วนตัวของเธอ

แม้จะสร้างจากมังงะชื่อเดียวกันของ อิงาราชิ ไดสุเกะ (Daisuke Igarashi) และถูกนำไปดัดแปลงเป็นเวอร์ชันเกาหลีที่ประสบความสำเร็จในปี 2018 แต่ Little Forest ฉบับญี่ปุ่นกลับไม่สนใจจะสร้างเส้นเรื่องที่แข็งแรงหรือปมขัดแย้งที่ต้องคลี่คลาย มันคือ หนังญี่ปุ่น ที่เลือกเดินด้วยจังหวะของธรรมชาติมากกว่าจังหวะของการเล่าเรื่อง ผู้ชมที่คาดหวังพัฒนาการของตัวละครหรือความสัมพันธ์ที่มีน้ำหนักระหว่างมนุษย์ด้วยกัน อาจรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เดินช้าและไม่พาไปไหน แต่สำหรับคนที่พร้อมจะปล่อยใจไปกับภาพและเสียงของชนบท นี่คือประสบการณ์ที่หาได้ยากในโรงภาพยนตร์ปัจจุบัน

Little Forest Japan #1

Little Forest ถือเป็นหนึ่งใน หนัง ที่ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติออกมาได้อย่างน่าหลงใหลที่สุดในรอบหลายปี ผู้กำกับ โมริ จุนอิจิ (Junichi Mori) แต่งแต้มแต่ละฤดูกาลด้วยโทนสีที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์ ฤดูร้อนอบอวลด้วยสีเขียวสดของใบไม้และแสงแดดที่ส่องผ่านเมฆฝน ฤดูใบไม้ร่วงปกคลุมด้วยสีส้มแดงของใบไม้ที่กำลังร่วงโรยและบรรยากาศที่หม่นลงทีละน้อย ฤดูหนาวขาวโพลนด้วยหิมะที่ปกคลุมทุกสิ่งและความเงียบสงัดที่แทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง ส่วนฤดูใบไม้ผลิก็ค่อย ๆ ผลิบานด้วยดอกซากุระและความสดชื่นที่หวนคืน การเปลี่ยนผ่านเหล่านี้ถูกจับภาพด้วยความเป็นธรรมชาติ โดยอาศัยแสงจริงและโลเกชันจริงมากกว่าการพึ่งพางานโพสต์โปรดักชัน

หัวใจของหนังอยู่ที่กระบวนการทำอาหารที่ถูกถ่ายทอดอย่างละเมียดละไมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเดินเข้าป่าไปเก็บสมุนไพร การลุยโคลนในนาข้าว ไปจนถึงการลงมือปรุงในครัวเล็ก ๆ ที่อบอวลด้วยไอร้อน แต่ละเมนูสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฏจักรของธรรมชาติ กล้องจับภาพระยะใกล้ของวัตถุดิบที่กำลังถูกหั่น ซุปที่กำลังเดือดปุด ๆ และจังหวะที่อิจิโกะคีบอาหารเข้าปากด้วยสีหน้าพึงพอใจ มันคือประสบการณ์การดูที่กระตุ้นประสาทสัมผัสด้านรสชาติผ่านจินตนาการได้อย่างทรงพลัง โดยไม่จำเป็นต้องมีบทพูดอธิบายความรู้สึกของตัวละครเลยแม้แต่คำเดียว

เมื่อมองในแง่โครงสร้างการเล่าเรื่อง Little Forest ใช้แนวทาง มินิมัลลิสม์ อย่างถึงที่สุด แทบไม่มีเส้นเรื่องหลักหรือปมความขัดแย้งที่ต้องติดตาม อิจิโกะกลับมาที่หมู่บ้านโคะโมะริด้วยเหตุผลที่ไม่เคยถูกอธิบายให้ชัดเจนนัก เรื่องราวในอดีตของเธอถูกเล่าผ่านบทพูดสั้น ๆ หรือเสียงพากย์ในใจเป็นครั้งคราว แต่ไม่เคยถูกพัฒนาให้กลายเป็นปมที่ต้องได้รับการคลี่คลาย ตัวละครอื่น ๆ ในหมู่บ้าน เช่น เพื่อนสมัยเด็กหรือผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ปรากฏตัวบ้างเป็นพัก ๆ แต่บทสนทนาระหว่างพวกเขามักวนเวียนอยู่กับเรื่องอาหาร สภาพอากาศ และงานในไร่นา โดยไม่เคยพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ที่มีน้ำหนัก

Little Forest Japan #2

การดำเนินเรื่องเปรียบเสมือนการร้อยเรียงเมนูอาหารแต่ละฤดูกาลเข้าด้วยกัน โดยมีความทรงจำส่วนตัวของอิจิโกะเป็นเส้นด้ายบาง ๆ ที่เชื่อมโยงทุกอย่างไว้ ไม่ใช่ปมเรื่องที่ผลักดันให้ผู้ชมต้องคอยติดตาม

เมื่อเทียบกับเวอร์ชันเกาหลีปี 2018 ที่นำโครงเรื่องเดียวกันมาเล่าใหม่แต่วางน้ำหนักไปที่มิตรภาพของตัวละครเอกกับเพื่อนสมัยเด็ก รวมถึงปมการหายตัวไปของแม่ที่ทิ้งร่องรอยทางใจไว้ ฉบับญี่ปุ่นเลือกที่จะไม่แตะต้องมิติทางอารมณ์เหล่านี้อย่างลึกซึ้ง มันเป็นความแตกต่างในแนวทางการกำกับที่จงใจ โมริ จุนอิจิ เลือกให้ผู้ชมดื่มด่ำกับกระบวนการทำอาหารและวัฏจักรธรรมชาติ มากกว่าจะสำรวจความซับซ้อนของมนุษย์ สิ่งนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่คือการตัดสินใจทางศิลปะที่จะจำกัดฐานผู้ชมให้แคบลง

การแสดงของ ฮาชิโมโตะ ไอ อยู่ในระดับที่ใช้ได้ เธอถ่ายทอดความนิ่งสงบและความมุ่งมั่นในการใช้ชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเองออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ แต่บทของอิจิโกะไม่ได้ถูกเขียนให้มีมิติลึกพอที่จะดึงศักยภาพทางการแสดงทั้งหมดออกมา สิ่งที่ขาดหายไปคือความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครที่ควรจะมีน้ำหนักและอารมณ์ที่พุ่งขึ้นลงตามจังหวะของเรื่อง การที่หนังเลือกจะไม่พัฒนาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เลย ทำให้ตัวละครทุกตัวรวมถึงตัวหลักอย่างอิจิโกะรู้สึกเหมือนเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของภาพวิวชนบท มากกว่าจะเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตและหัวใจ

Little Forest ไม่ใช่หนังสำหรับทุกคน ถ้าหลงรักแนว ดราม่า ญี่ปุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยบรรยากาศมากกว่าโครงเรื่อง นี่คือหนังที่จะมอบประสบการณ์อันผ่อนคลายและปลอบประโลมจิตใจ การเฝ้าดูอิจิโกะใช้ชีวิตซ้ำ ๆ ในแต่ละวัน ปลูกผัก ทำอาหาร กินข้าว และนั่งมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง อาจช่วยให้ผู้ชมหลุดพ้นจากความวุ่นวายของโลกภายนอกและหันกลับมาโฟกัสกับสิ่งเรียบง่ายตรงหน้า อาหารทุกจานในเรื่องถูกถ่ายทอดด้วยความรักและความเคารพต่อวัตถุดิบ จนอาจเรียกได้ว่าเป็นจดหมายรักถึงวิถีเกษตรกรรมและวัฒนธรรมการกินของญี่ปุ่น

Little Forest Japan #3

ในทางกลับกัน หากกำลังมองหา ดูอะไรดี ที่มีเส้นเรื่องเข้มข้น พัฒนาการตัวละครที่ซับซ้อน หรือบทสรุปที่ส่งแรงกระแทกทางอารมณ์ Little Forest ฉบับญี่ปุ่นอาจทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยตลอดทั้งเรื่อง หนังสร้างมาเพื่อคนที่พร้อมจะนั่งดูใครสักคนทำอาหารเงียบ ๆ ไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องการคำอธิบายหรือเหตุผลใด ๆ เพิ่มเติม

Little Forest: Summer, Autumn, Winter, Spring คือบทกวีภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความงามของชีวิตชนบทญี่ปุ่นผ่านเลนส์ของอาหารและฤดูกาล หนังไม่เร่งรีบ ไม่พยายามเรียกความสนใจ และไม่ยัดเยียดอารมณ์ให้ผู้ชม มันคือพื้นที่สงบสำหรับใครก็ตามที่ต้องการหลบหนีจากโลกภายนอกสักสองชั่วโมง แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ผลงานที่ทุกคนจะเข้าถึงได้ การละทิ้งเส้นเรื่องและตัวละครที่มีมิติเพื่อเปิดทางให้ภาพและอาหารนั้นทำให้มันกลายเป็นประสบการณ์เฉพาะกลุ่ม หากใครชื่นชอบหนังญี่ปุ่นที่เน้นความละเมียดละไมของภาพและบรรยากาศมากกว่าการเล่าเรื่องแบบดั้งเดิม นี่คือหนึ่งในผลงานที่ไม่ควรพลาด แต่หากคาดหวังเรื่องราวที่เข้มข้นและตัวละครที่กินใจ เวอร์ชันเกาหลีปี 2018 อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า

อาบเหงื่อต่างฤดู
ภาพยนตร์ เข้าฉาย 30 ส.ค. 2014

อาบเหงื่อต่างฤดู

リトル・フォレスト 夏・秋

2014 1 ชม. 51 นาที หนังชีวิต
ดูรายละเอียด

อิจิโกะหนีความเจ็บปวดจากเมืองใหญ่กลับมาบ้านเกิดที่ชนบท ต่อสู้กับฝนและความชื้นในฤดูร้อน อบขนมปัง ปลูกมะเขือเทศและไถนา และในฤดูใบไม้ร่วงซึ่งเป็นเวลาดองถนอมปลาและมันหวาน เธอเริ่มเก็บเกี่ยวข้าวและนึกถึงการจากลาเมื่อห้าปีก่อน

นักแสดงนำ

ไอ ฮาชิโมโตะ
ไอ ฮาชิโมโตะ Ichiko
三浦貴大
三浦貴大 Yuta
มายุ มัตสึโอกะ
มายุ มัตสึโอกะ Kikko
温水洋一
温水洋一 Shigeyuki
桐島かれん
桐島かれん Fukuko
篠川桃音
篠川桃音 Young Ichiko
คนเหงาในป่าเล็ก ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ
ภาพยนตร์ เข้าฉาย 28 ม.ค. 2015

คนเหงาในป่าเล็ก ฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ

リトル・フォレスト 冬・春

2015 2 ชม. หนังชีวิต
ดูรายละเอียด

อิจิโกะใช้ชีวิตในโคโมริต่อผ่านฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ ทำโมจิ แกงกะหรี่ และร่วมปลูกข้าวกับผู้คนรอบตัว ระหว่างนั้นเธอก็หวนคิดถึงแม่ที่หายไป และเริ่มตั้งคำถามว่าควรทิ้งบ้านเกิดไว้เบื้องหลังอีกครั้งหรือไม่

นักแสดงนำ

ไอ ฮาชิโมโตะ
ไอ ฮาชิโมโตะ Ichiko
三浦貴大
三浦貴大 Yuta
มายุ มัตสึโอกะ
มายุ มัตสึโอกะ Kikko
温水洋一
温水洋一 Shigeyuki
桐島かれん
桐島かれん Fukuko
篠川桃音
篠川桃音 Young Ichiko

หนังญี่ปุ่นที่งดงามที่สุดสำหรับคนรักอาหารและธรรมชาติ แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน

โครงเรื่อง - 5.5
การแสดง - 7
โปรดักชัน - 8.5
ความบันเทิง - 6
ความคุ้มค่าในการรับชม - 6.5

6.7

Little Forest ฉบับญี่ปุ่น เป็นหนัง 2 ภาคที่ใช้ฤดูกาลและอาหารเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องการกลับคืนสู่รากเหง้าของเด็กสาวคนหนึ่ง ท่ามกลางหมู่บ้านโคะโมะริอันห่างไกล ฮาชิโมโตะ ไอ รับบทเป็นอิจิโกะ เด็กสาวผู้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ปลูกผัก เก็บเกี่ยว และปรุงอาหารตามวัฏจักรธรรมชาติ หนังถ่ายทอดภาพแต่ละฤดูกาลด้วยความงดงามระดับสูง แต่จงใจละทิ้งเส้นเรื่องที่แข็งแรงและพัฒนาการตัวละครที่ลึกซึ้ง ส่งผลให้ประสบการณ์การดูสงบและผ่อนคลายอย่างที่สุด แต่อาจทำให้ผู้ชมที่มองหาอารมณ์ร่วมรู้สึกว่าโดดเดี่ยวเกินไป

User Rating: Be the first one !
ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button