รีวิวหนังญี่ปุ่น

[รีวิว-เรื่องย่อ] Call Me Chihiro (2023) หนังดราม่าญี่ปุ่น Netflix ที่เปลี่ยนความเหงาเป็นความอบอุ่น

  • Call Me Chihiro ไม่ใช่หนังที่พึ่งพาพล็อตซับซ้อนหรือปมหักมุม แต่ใช้บรรยากาศเงียบสงบของเมืองชายทะเลและการแสดงที่ละเอียดอ่อนของคาซุมิ อาริมุระ เป็นแกนหลักในการเล่าเรื่องอดีต sex worker ที่กลายเป็นหมุดยึดให้กับชุมชนเล็ก ๆ ของคนนอกสายตา
  • ตัวละครทุกตัวในเรื่องต่างถูกทอดทิ้งในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และมาบรรจบกันที่ชิฮิโระซึ่งเข้าใจความเจ็บปวดนั้นโดยไม่ต้องอธิบายมาก หนังใช้เวลากับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้มิตรภาพที่เกิดขึ้นรู้สึกเป็นธรรมชาติและมีน้ำหนัก
  • จังหวะ 132 นาทีที่เนิบช้าอาจเป็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน เพราะมันเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ซึมซับอารมณ์ แต่ในบางช่วงอาจทำให้รู้สึกว่าหนังถีบตัวเองไปข้างหน้าช้ากว่าที่ควร โดยเฉพาะในองก์ที่สองที่วนเวียนอยู่กับอารมณ์เดิม
  • โดยรวมคือหนังที่เหมาะกับคนรักดราม่าญี่ปุ่นแนวคาแรคเตอร์ดริฟเวน ที่เน้นอารมณ์มากกว่าเหตุการณ์ ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ แต่ก็มีกลิ่นของความเศร้าติดปลายลิ้นอยู่ตลอดเวลา

มี หนัง บางเรื่องที่ไม่ได้เดินเรื่องด้วยปมขัดแย้งรุนแรงหรือหักมุมชวนตะลึง แต่อาศัยพลังของบรรยากาศและตัวละครในการพาคนดูดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เงียบสงบ Call Me Chihiro คือหนึ่งในนั้น หนังญี่ปุ่นจาก Netflix ที่เปิดเรื่องด้วยภาพของ อดีต sex worker คนหนึ่งเดินเข้าร้านขายกล่องข้าวเล็ก ๆ ริมทะเล แล้วค่อย ๆ เผยให้เห็นว่าเบื้องหลังรอยยิ้มที่เธอมอบให้กับทุกคนนั้น ซ่อน ความโดดเดี่ยว ที่พร้อมจะเชื่อมโยงกับคนแปลกหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผลงานกำกับโดย ริกิยะ อิมาอิซึมิ (Rikiya Imaizumi) ซึ่งดัดแปลงมาจากมังงะเรื่อง Chihiro-san ของ ฮิโรยูกิ ยาสุดะ (Hiroyuki Yasuda) หนังเรื่องนี้เลือกใช้จังหวะเนิบช้าและภาพชายทะเลอันเงียบสงบในจังหวัดฮิโรชิมะเป็นฉากหลัง เพื่อขับเน้นโลกภายในของตัวละครแต่ละคนที่ต่างถูกทอดทิ้งมาในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เมื่อ ชิฮิโระ (Chihiro) หรือชื่อจริง อายะ ฟุรุซาวะ (Aya Furusawa) รับบทโดย คาซุมิ อาริมุระ (Kasumi Arimura) ก้าวเข้ามาในเมืองชายทะเลแห่งนี้ เธอกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชนเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากคนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เข้ากับที่ไหนเลย

สิ่งที่หนังทำได้ดีเหนือความคาดหมายคือการไม่ปล่อยให้เนื้อเรื่องจมดิ่งไปกับความหม่นหมอง แม้จะแตะประเด็นความเปลี่ยวเหงา ความสัมพันธ์ที่พังทลาย และบาดแผลในอดีตของตัวละครแต่ละคน แต่ Call Me Chihiro กลับเลือกจะสร้างพื้นที่ให้ความเมตตาและความเข้าใจได้เบ่งบานขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังนั้น นี่คือ หนังดราม่า ฟีลกู้ดที่ไม่พยายามขายฝันเกินจริง และไม่ยอมให้ความโหดร้ายของโลกมากลบความอบอุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงหน้า

ชิฮิโระเดินทางมาทำงานที่ร้านขายกล่องข้าวในเมืองชายทะเลเล็ก ๆ หลังเลิกอาชีพ sex worker ในเมืองใหญ่ เธอพูดคุยกับทุกคนด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมาบั่นทอนได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนมัธยมขี้อายที่แอบถ่ายรูปเธอ เด็กชายที่ต้องอยู่กับแม่เลี้ยงเดี่ยวซึ่งกำลังดิ้นรนกับชีวิต หรืออดีตเจ้านายของเธอที่พัวพันกับร้านขายปลาสวยงาม ทุกคนค่อย ๆ ถูกดึงดูดเข้าหาชิฮิโระด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมเดียวกันคือความรู้สึกโดดเดี่ยวที่พวกเขาไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง

หัวใจหลักของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การเล่าเรื่องย้อนแย้งหรือดราม่าหนักหน่วง แต่อยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้ตัวละครแต่ละคนได้หายใจ ได้พูดในสิ่งที่ค้างคา และได้พบคนที่เข้าใจพวกเขาโดยไม่ต้องอธิบายมาก ชิฮิโระไม่ใช่ตัวละครที่สมบูรณ์แบบ เธอคือคนที่ปฏิเสธจะรักใครเพราะกลัวเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ลึกซึ้งที่สุด ความขัดแย้งภายในนี้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านแววตาและท่าทางมากกว่าบทสนทนายืดยาว ซึ่งเป็นจุดแข็งของงานเขียนบทและกำกับที่ปล่อยให้ภาพเล่าเรื่องแทนคำพูด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ชิฮิโระไม่ใช่ตัวละครที่สมบูรณ์แบบ เธอคือคนที่ปฏิเสธจะรักใครเพราะกลัวเจ็บปวด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจความเจ็บปวดของผู้อื่นได้ลึกซึ้งที่สุด

การแสดงของ คาซุมิ อาริมุระ (จาก We Made a Beautiful Bouquet และ Rurouni Kenshin) คืองานมาสเตอร์พีซที่เงียบงัน เธอเดินอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างความซื่อใสไร้เดียงสากับความเจ็บปวดที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ผิวหนัง การหัวเราะของเธอในบางฉากฟังดูอบอุ่น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ใจหายเพราะรู้สึกได้ถึงความเปราะบางที่แฝงอยู่ นักแสดงสมทบทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น จุน ฟุบุกิ (Jun Fubuki) ในบทเจ้าของร้านเบนโตะผู้ใจดี ลิลลี่ แฟรงกี้ (Lily Franky) ในบทอดีตเจ้านายที่ดูภายนอกเหมือนไม่สนใจใคร แต่กลับห่วงใยลึก ๆ หรือนักแสดงเด็กอีกหลายคนที่เติมเต็มให้ชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้มีชีวิตชีวาและน่าเชื่อถือ

ด้วยความยาว 132 นาที Call Me Chihiro ไม่ใช่หนังที่จะดูผ่าน ๆ แบบเร่งรีบ มันถูกออกแบบมาให้ผู้ชมได้ซึมซับบรรยากาศแบบค่อยเป็นค่อยไป คล้ายกับการนั่งมองทะเลเงียบ ๆ ที่แม้ภายนอกดูไม่ค่อยมีอะไรเกิดขึ้น แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวของอารมณ์ งานภาพจาก ฮิโรชิ อิวานางะ (Hiroshi Iwanaga) ถ่ายทอดทิวทัศน์ของเมืองชายทะเลฮิโรชิมะออกมาได้งดงามจนแทบจะเป็นตัวละครอีกตัวในเรื่อง ดนตรีประกอบโดย ชิเงรุ คิชิดะ (Shigeru Kishida) จากวง Quruli ก็เข้ามาเติมเต็มช่องว่างระหว่างฉากได้อย่างพอเหมาะ ไม่มากเกินจนรบกวนสมาธิ และไม่น้อยเกินจนฉากรู้สึกกลวงเปล่า

จังหวะที่เนิบช้าอาจกลายเป็นด่านทดสอบความอดทนสำหรับบางคน โดยเฉพาะผู้ชมที่คุ้นเคยกับหนังที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นถี่ยิบ แม้การดำเนินเรื่องที่เชื่องช้าจะมีเหตุผลรองรับในแง่ของการสร้างอารมณ์ร่วม แต่ในบางช่วงขององก์ที่สอง หนังอาจให้ความรู้สึกวนเวียนอยู่กับอารมณ์เดิมโดยไม่พัฒนาไปข้างหน้ามากนัก นอกจากนี้ ภูมิหลังของชิฮิโระที่ถูกแตะไว้เพียงผิวเผินอาจทำให้ผู้ชมที่คาดหวังจะได้รู้ว่าเธอลงเอยในอาชีพ sex worker ได้อย่างไร หรือผ่านอะไรมามากน้อยแค่ไหน รู้สึกว่าตัวละครนำยังคงมีช่องว่างบางอย่างที่หนังไม่ได้เติมเต็ม แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่ต้องการให้ผู้ชมยอมรับตัวละครในแบบที่เขาเป็น โดยไม่ต้องใช้เรื่องราวในอดีตมาอธิบายทุกสิ่ง

Call Me Chihiro ไม่ใช่หนังที่จะทำให้ทุกคนหลงรักตั้งแต่ดูจบ แต่มันเป็นงานที่เหมาะกับวันที่อยากนั่งเงียบ ๆ และปล่อยให้ภาพและเสียงในจอค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึก เป็น ดูอะไรดี ในวันที่อยากได้อะไรเบา ๆ แต่ไม่ถึงกับกลวงเปล่า หนังเรื่องนี้สร้างมาเพื่อคนที่เคยรู้สึกว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทาง เพื่อคนที่เคยยิ้มทั้งที่ข้างในร้องไห้ และเพื่อคนที่กำลังมองหาชุมชนเล็ก ๆ ที่ซึ่งการเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นคนที่ชื่นชอบ หนังดราม่าญี่ปุ่น จังหวะช้า เน้นคาแรคเตอร์เป็นหลัก จะพบว่า 2 ชั่วโมงกว่า ๆ นี้คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นคนที่ต้องการหนังที่มีจุดพลิกผัน มีเหตุการณ์ตื่นเต้น หรือมีบทสรุปชัดเจนทุกปม เรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์

หนังญี่ปุ่นที่เปลี่ยนความเหงาให้เป็นความอบอุ่นของชุมชนริมทะเล

โครงเรื่อง - 8
การแสดง - 8.8
โปรดักชัน - 8.2
ความบันเทิง - 7.5
ความคุ้มค่าในการรับชม - 7.8

8.1

Call Me Chihiro เป็นหนังดราม่าญี่ปุ่นจาก Netflix ที่ดัดแปลงจากมังงะ Chihiro-san เล่าเรื่องอดีต sex worker ที่เริ่มต้นชีวิตใหม่ในร้านขายกล่องข้าวเมืองชายทะเล พร้อมกับกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่มคนโดดเดี่ยวที่ต่างถูกทอดทิ้งในรูปแบบของตัวเอง คาซุมิ อาริมุระ ถ่ายทอดตัวละครนำได้ลึกซึ้งผ่านแววตาและภาษากายที่สื่อถึงความเจ็บปวดภายใต้รอยยิ้ม งานภาพของฮิโรชิมะและดนตรีช่วยสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและอบอุ่นไปพร้อมกัน แม้จังหวะอาจเนิบช้าไปบ้างในบางช่วง แต่โดยรวมคือหนังฟีลกู้ดที่ยังคงความสมจริงและไม่ปล่อยให้ความโหดร้ายของโลกกลบพลังของความเมตตา

User Rating: Be the first one !
ไม่อยากพลาดบทความใหม่จาก NaniTalk
เพิ่มเว็บไซต์นี้เป็นแหล่งข้อมูลที่ชื่นชอบบน Google เพื่อให้มีโอกาสเห็นเนื้อหาจากเรามากขึ้น
ฉันชื่อจิฮิโระ
ภาพยนตร์ เข้าฉาย 23 ก.พ. 2023

ฉันชื่อจิฮิโระ

ちひろさん

2023 2 ชม. 11 นาที หนังชีวิต
ดูรายละเอียด

จิฮิโระเป็นอดีตโสเภณีที่ทำงานในร้านเบนโตะเล็กๆ ในเมืองริมทะเล เธอสอนวิธีการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองในยุคที่ใครๆ ก็มีเรื่องให้ต้องดิ้นรนไม่มากก็น้อยในชีวิต เรื่องราวสุดอัศจรรย์นี้นำแสดงโดยคาสุมิ อาริมุระ

ดูได้ที่

นักแสดงนำ

คาสุมิ อาริมูระ
คาสุมิ อาริมูระ Chihiro
豊嶋花
豊嶋花 Kuniko Seo / Okaji
若葉竜也
若葉竜也 Taniguchi
佐久間由衣
佐久間由衣 Hitomi
Van
Van Basil
ลิลลี่ แฟรงกี้
ลิลลี่ แฟรงกี้ Utsumi
風吹ジュン
風吹ジュン Tae
平田満
平田満 Bito
根岸季衣
根岸季衣 Nagai
長澤樹
長澤樹 Chinatsu Ube

กดเพื่ออ่านต่อ

PhiRa W.

เป็นนักเขียนอิสระที่หลงใหลในสื่อบันเทิงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ และสารคดี ผมชอบที่จะวิเคราะห์และถอดรหัสเนื้อหาเหล่านั้นออกมาในรูปแบบของรีวิวที่เข้าใจง่ายและสนุกสนาน เพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ให้กับผู้อ่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Back to top button